ลมหนาว..

5 03 2009

รู้สึกตั้งแต่เมื่อวาน ว่ามีลมหนาวพัดผ่านเริ่มจะเข้าหน้าหนาวแล้วหรือ sydney อิจฉากันแน่เลยคนอยู่เมืองไทยที่ร้อน ๆ กัน เมื่อสัปดาห์ที่แล้้วมีน้องคนนึ่งก็กลับไปเมืองไทย หลังจากอยู่มาได้เพียงแค่ 6 เดือน พ่อแม่ กู้เงินมาเพื่อส่งให้ลูกมาทำงาน หาเงินส่งกลับไปที่บ้าน แต่ลูกรักของพอ่แม่ ก็ใช้เวลาตลอดระยะเวลา 6 เดือน ไปกับสาว สุรา และราตรี ทำให้เงินที่พอทำได้ ก็ไม่มีพอจะส่งให้พอ่แม่ เงินที่พอ่แม่ ฝากติดตัวมา  ก็หมด เงินที่กู้มา ก็งอกเงยขึ้น ท้ายสุด ก็ต้องกลับไปเมืองไทย ทั้งที่ควรจะสำนึกกับเปล่าเลย กับไปโกหก พ่อแม่ ว่าเรียนหนัก จนไม่มีเวลาที่จะหางานทำได้ อย่างจริง ๆ จัง ๆ โทษคนโน้น คนนี้ ไม่ยอมช่วยเหลือ ทั้ง ๆ ที่ตัวเอง ไม่เคยแม้แต่จะช่วยตัวเอง ท้ายสุด ยังไม่พอ ยังจะให้แ่ม่ขายที่เืผื่อขอโอกาส อ้างว่าจะกลับตัวกลับใจ มาทำงานใหม่ คราวนี้พ่อแม่คงจะไม่เหลืออะไรจริงจังแล้วแน่ เพราะคาดว่าลูกชายสุดรัก คงไม่สามารถจะเปลี่ยนแปลงได้ภายในค่ำคืนแน่ ที่แน่ที่สุด พ่อแม่ก็รักลูก ปกป้อง โยนบาป โทษคนโน้น คนนี้ ที่รู้จัก ว่าำทำไม ไม่ช่วยเหลือลูกเค้า ทั้งที่ไม่เคยแม้แต่จะติลูกตัวเอง หรือถามว่าเกิดอะไรขึ้น (อาจจะถาม เพีบงแต่ลูกรักดันโกหกซะ) อย่างนี้ไม่รู้เหมือนกันว่า อะไร อะไรที่พ่อแม่ลงทุน ลงแรงไป จะได้คืนมา หรือว่าจะหมดไป

สังคมออสเตรเลีย หน้าที่การงาน การเรียน การใช้ชีวิต มันไม่เหมือนมืองไทย อยากจะให้รู้่ว่า หากคิดจะมา หรือมาแล้ว สิ่งที่จะสามารถช่วยตัวเองดีที่สุด คือ ตนเอง ไม่มีคนอื่นหรอก เพราะที่นี่มันอิสระ และโอกาสในการหลงทางเยอะ และงานก็เยอะ หากไม่ขี้เกียจ ติดการพนัน ก็รับรองว่า ซิดนีย์ เป็นเมืองแห่งโอกาส แน่นอน





เอเจนท์ นักเรียน

28 02 2009

welcom2sydneyมาเลือก เอเจ้นท์ นักเรียนกันดีกว่า เอาแบบตามประสบการณ์ก็แล้วกันนะครับเพราะว่า ถือเป็นความเห็นส่วนตัวดีกว่า แต่ละรูปแบบก็มีปัญหาแตกต่างกันออกไป ไม่ว่าใหญ่หรือเล็ก แต่สำหรับคนที่จะเดินทางมาที่ออสเตรเลีย เอาว่า ฟันธงเลยว่า เลือกที่มีสำนักงาานอยู่ที่นี่ เพราะอะไรหรือ เพราะว่า การที่ขอวีซ่าที่เมืองไทยนั้นนะ เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น ประมาณเป็นแบบเพลงเปิดหนัง

ตัวเนื้อหา รายละเอียดของหนัง ชีวิตจริง มันริ่มที่เมื่อเท้าเรามาเหยียบที่ออสเตรเลียนั้นเอง มันไม่ง่าย ไม่ได้แปลกว่ายุ่งยากนะครับ มันหลายเรื่องราย หลายข้อมูลเกินไป ทำให้อะไร ๆ เราก็ดูว่าอะไรก็ยากไปหมด เยอะไปหมด ต้องจำทาง ต้องจำบ้าน ต้องจำโน้น ต้องจำนี่ ไม่ง่ายจริงๆ แต่ที่พึ่งพาเราได้เมื่อเรามาถึงก็คือ เอเจ้นท์ ที่เรามาด้วย ไม่ว่าจะเป็นการหาบ้าน การดูแลต่างๆ นาๆ ดังนั้นเนี่ย ถ้าเอเย้นท์ไม่มีสำนักงาน หรือคนดูแลที่นี่แล้วก็ ปัญหาใหญ่ครับ มีปัญหา คนที่เมืองไทก็ช่วยอะไรไม่ได้ ดังนั้นตัดทิ้งไปเลย

เอเจนท์ใหญ่หรือเล็ก เก่าหรือใหม่ อันนี้ก็ต้องมาคิดกันหน่อย ใหญ่ก็ดี มี connetion เยอะดี เล็กก็ดี ดูอบอุ่นดี เข้าถึงได้หมดทุกคน เก่า จะบอกว่าชำนาญ แต่จะบอกว่าพลาดไม่ได้ ก็คงไม่ใช่ ใหญ่จะบอกว่าขาดประสบการณ์ก็ดูออกว่าจะไม่ให้โอกาสเกินไป

สำหรับเอเจ้นท์ที่ออส อยากจะแนะนำว่าให้ไปดู ให้ไปคุยกับหลายๆ ที่ดูกอ่นจะตัดสินใจ แบบไหนจะดี จะไม่ดี บอกไม่ได้จริงๆ แต่ละคนชอบไม่เหมือนกัน บางที่เก่าแก่  เหมือนไปขอเค้าเรียน ก็มีอยู่ ที่ไหนใหญ่ก็มีนักเรียนเยอะ ดูแลกันแทบจะไม่ไหว เค้าจะมาสนใจเราหรือ อันนี้ก็อยากจะให้ลองไปคุย ไปดู ชอบแบบไหน เราก็เลือก แต่อยากจะให้ดู มีข้อเปรียบเทียบก่อนที่จะตัดสินใจ ที่หนึ่งพูดอีกอย่าง อีกที่พูดอีกอย่าง ทำไงละ เราก็ต้องหาข้อมูลต่อไป อย่างไรก็ตาม ชีวิตเราไม่ได้ฝากไปกับเอเจ้นท์ว่าเค้าจะต้องทำให้เราหมดทุก ๆ อย่าง ชีวิตเรา เงินเรา เราก็ต้องเลือกและตัดสินใจเองนะครับ “ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน” คำนี้ใช้ได้ตลอดเวลาจริง

ดังนั้น กอ่นจะตัดสินใ จครั้งนึงใ นชีวิต ควรอย่างยิ่ง ที่จะหาข้อมูลให้มากที่สุด ก่อนที่จะตัดสินใจนะครับ





Sydney

21 02 2009

ดูเหมือน sydney จะกลายเป็นที่พักร้อนของชาวไทยไปซะแล้ว ดูเหมือนว่าคนไทยจะหนีพิษเศรษฐกิจ พิษการเมืองไทย มาที่นี่กันหมด คงจะประมาณว่า ไปตายเอาดาบหน้า ประมาณนั้น บวกกับอัตราแลกเงินที่ลดลง อย่างน่าตกใจ สำหรับชาวไทยที่จะมาเรียน มาทำงาน ดูเหมือนว่าจะเป็นโอกาสที่เหมาะสมที่สุด แต่สำหรับคนไทยที่นี่แล้ว ดูเหมือนว่า แย่จิรงๆ จะส่งเงินกลับไปเมืองไทยก็ดูว่าน้อยเหลือเกิน แต่เอาเถอะ อย่างน้อยคนไทยที่นี่ ก็ยังมีโอกาสหางาน หาเงินได้อยู่เหมือนเดิม เอาละอันนี้ข้อคิดสำหรับคนที่อยากจะเดินทางมาออสเตรเลีย ไม่ว่าจะด้วยเหตุผล หรือ แบบไหนก็ตาม อยากจะให้ลองคิด ให้ดีก่อน ทำใจ ก่อน เพราะรับรองได้ว่าชีวิตที่นี่ ไม่เหมือนที่เมืองไทยแน่นอน แต่โอกาส มันมีอยู่ตลอด





เตรียมกระเป๋าไปออสเตรเลีย

12 02 2009

เตรียมกระเป๋าไปออสเตรเลีย

 กระเป๋าเดินทาง

สำหรับคนที่จะเดินทางมาออสเตรเลียครั้งแรก หรือเดินทางออกต่างประเทศมาระยะนาน ๆ ครั้งแรกนั้น ดูว่ามันเป็นอะไรที่มันตื่นเต้น และเป็นเรื่องใหญ่มากพอกับการลงเรียนต่อเลยจริง ๆ อะไร ๆ ก็ดูสำคัญไปหมด อยากจะบอกว่าให้ตัดสินใจในการเลือกของเพียงแค่ 20 กิโล (ไม่ควรเกิน 30 กิโล) ตามที่สายการบินอนุญาตให้เราสามารถนำขึ้นเครื่องได้ เพราะว่าถ้าน้ำหนักเกินมันคือค่าปรับ แต่ถ้าเลียกไม่ได้ ก็คงจะไม่เป็นไร

 

บทนี้จะขอเขียนเฉพาะที่น่าจะจำเป็นมาก ๆ ก่อนดีกว่านะครับ ส่วนที่เหลือก ที่เกิน ก็อยู่ที่การดำเนินชีวิตแล้วละ

-      เสื้อผ้า อันนี้ถือเป็นปกติ แต่ให้คิดว่าเราจะมาในช่วงไหน ถ้ามาช่วงหน้าหนาว เราก็เน้นเสื้อกันหนาวเยอะหน่อย ถ้ามาหน้าร้อน ก็เอาเสื้อร้อนมาเยอะหนอ่ย แต่ทั้งนี้ เสื้อคลุม เสื้อวอร์ม ก็ไม่ต้องเอามาเยอะมากนัก เราคงไม่สามารถจะใส่เสื้อกันหนาว ได้พร้อมกันสามตัวแน่นอน (ส่วนตัวคิดว่า ยังไง คนที่มาที่นี่ก็จะต้องมาซื้อเสื้อผ้าเพิ่มเติมแน่นอน โดยเฉพาะสาวๆ)

-      ถุงเท้า รองเท้า รองเท้าแตะ

-      ชุดชั้นใน โดยเฉพาะสาว ๆ เพราะมันแพง

-      Notebook

-      ตัวต่อแยก (ปลั้กที่ต่อมาแล้วสามารถใช้ต่อสายไฟได้หลายตัว) ไฟฟ้าที่ออสเตรเลีย จะเหมือนเมืองไทย แต่ต่างกันที่ปลั้กไฟ เพราะที่นี่มี 3 ขา ดังนั้นจะต้องมี adapter สามารถหาซื้อที่ออสเตรเลียได้ ราคาประมาณ 10-15 เหรียญ

-      กล้อง และที่ชาร์ทถ่านกล้อง

-      ซีดีเปล่า

-      CD  program ต่าง ๆ พวกเพลง หนังไม่ต้องนำมา ที่นี่หาง่ายและสะดวกมาก รับรองไม่ตกข่าว

-      MP3 อันนี้แล้วแต่ หากว่าฟังเพลงในมือถือ ก็ไม่จำเป็น

-      เมาส์

-      USB thumb drive มีประโยชน์มาก เพราะต้องมีการส่ง file รับ file กันเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเวลาทำงานกลุ่ม

-      สาย LAN เอายาวๆ หน่อยนะ เพราะบางทีที่เสียบอยู่ไกลๆ ถ้า notebook มี wireless ก็ไม่จำเป็น

-      ไฟฉาย

-      นาฬิกาข้อมือ

-      Talking Dictionary

-      โทรศัพท์มือถือ อันนี้จำเป็นมาก เพราะว่า จะต้องใช้ติดต่อทั้งเรื่องเรียน และงาน อย่าลืมที่ชาร์ทด้วยนะครับ

-      ที่ตัดเล็บ

-      เครื่องสำอางค์

-      ยาประจำตัว

-      แปรงสีฟัน ยาสีฟัน

-      ผ้าเช็คตัว เอามาผืนเล็ก ผืนใหญ่อันเดียวก็น่าจะพอ เพราะว่าที่นี่ส่วนมากจะใช้เครื่องซักผ้า และเครื่องอบผ้า ดังนั้นจะประหยัดเวลาในการซัก ทำให้เราประหยัดเนื้อที่ในกระเป๋าเดินทางได้เยอะมากๆ

-      ถุงนอน แบบเดินทางไปแคมป์ อันนี้ในกรณีเผื่อหากว่าหนาวเกิน หรือเอามาปูนอนก็ได้ มีประโยชน์อยู่มาก

-      ปากกา สมุดจดเล่มเล็กๆ สำหรับจดโน้น จดนี้ เช่นที่อยู่บ้าน สายรถเมล์ที่จะต้องขึ้น สถานที่สมัครงาน ฯลฯ

-      กระเป๋าสะพานหลัง หรือกระเป๋าสะพานของสาว ๆ เราต้องเดินทางไปเรียน ไปทำงาน ไปเที่ยว

 

 

 





Student Visa Charges

5 02 2009

ค่าธรรมเนียมในการยื่นวีซ่านักเรียนสำหรับประเทศออสเตรเลียอยู่ที่

450 เหรียญ (อัตราแลกเปลี่ยนเงินนำไปคำนวณเป็นเงินบาทเอง)

ทั้งนี้ ค่าธรรมเนียมนี้จะไม่คืน ไม่ว่าในกรณีใด ๆ ก็ตาม

http://www.immi.gov.au/allforms/990i/students-visa-charges.htm





เรื่องบ้าน ๆ

4 02 2009

ทำความเข้าใจกันนิด ว่าชีวิตที่นี่ไม่เหมือน เมืองไทย แน่นอน ไม่เหมือนจริงๆ เช่าบ้านอยู่ ค่าใช้จ่ายหลัก อันดับสอง ของที่นี่ รองจากค่าเทอม ทำไม เพราะที่นี่เราไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ เราเช่าอยู่ รับรองว่าค่าเช่าบ้านที่นี่ฟังแล้วจะตกใจ

คนที่มาใหม่ ๆ อาจจะไม่เข้าใจ ยังไม่เข้าบ้านคุณก็ขอให้ฝากมัดจำเอาไว้ สมุมติว่า คุณจะเช่าบ้านราคา 100 เหรียญต่อสัปดาห์ (อัตราแลกเปลี่ยนไปคำนวณเอาเอง) คุณจะต้องจ่ายค่า bond หรือจะเรียกว่ามัดจำก็ได้ 2 สัปดาห์ แล้ว คุณจะต้องจ่ายล่วงหน้าอีก 2 สัปดาห์ อันนนี้แล้วแต่คุณตกตงกับทางเจ้าของห้อง

ฟังดูแล้วไม่มีอะไร แต่ 400 เหรียญ ออกจากกระเป๋าเราไปแล้วนะสิ ทั้งนี้ส่วนมาคนไทยก็จะนิยมอาศัยอยู่ในตัวเมือง แน่นอน ราคาก็ค่อนข้างจะสูง แลกกับความสะดวกที่ได้รับ แต่ ปริมาณคนที่อยู่ในห้อง นั้นก็สูงด้วย บางห้อง อาศัยร่วมกันอยู่ถึง 10 คน ก็มี มีทั้งนอนในห้องนั่งเล่น แต่ละคนมีนอนสองคนบ้าง สามคน บ้าง แล้วแต่กันไป

หากอยากไดชีวิตส่วนตัว ก็ต้องโยกย้ายไปอยู่ห่างจากเมืองนิด จ่ายแพงกว่าเพื่อจะได้ห้องส่วนตัว อันนี้ก็แล้วแต่บุคคล แล้วก็งบประมาณด้วย

การออกจากบ้าน แน่นอนจะต้องแจ้งให้เจ้าของห้องทราบล่วงหน้า เป็นเวลา 2 สัปดาห์ เค้าก็จะหักเงินที่เราจ่ายล่วงหน้าไป แต่ถ้าหากเราทำข้าวของเสียหาย พรมไหม้ ประตูเสีย เราก็ต้องรับผิดชอบในส่วนตรงนั้นด้วยเหมือนกัน

ชีวิตที่อออสเตรเลียไม่เหมือนที่ฝันไว้ แต่ก็ไม่ได้เลวร้ายแน่นอน





หลักฐานการยื่นขอวีซ่าท่องเที่ยว

3 02 2009

เอกสารการยื่นวีซ่า

- หนังสือเดินทางที่เหลืออายุการใช้งานไม่น้อยกว่า 6 เดือน

- หนังสือเชิญ (ถ้ามี)

- จดหมายรับรองการทำงานจากบริษัทฯ ถึงสถานทูตเป็น ภาษาอังกฤษ

- สำเนาหนังสือรับรองบริษัทฯ ที่มีรายชื่อกรรมการ อายุไม่เกิน 3 เดือน

(ประทับตราบริษัทฯและเซ็น รับรองสำเนา)กรณีเป็นเจ้าของหรือกรรมการบริษัทฯ

- สำเนาบัตรประชาชน และ สำเนาทะเบียนบ้าน

- สำเนาทะเบียนสมรส (เฉพาะสุภาพสตรี)

- หลักฐานการเงินใช้ สำเนา Statement ของบริษัทฯย้อนหลัง 6 เดือน

(ประทับตราบริษัทฯและเซ็นรับรองสำเนา) ธุรกิจท่องเที่ยวใช้ Statement

ส่วนตัวหรือหนังสือ รับรองจากธนาคาร ( Bank Certificate )

- รูปถ่ายไม่เกิน 6 เดือน 2 นิ้ว 1 ใบ

- ตั๋วเครื่องบินพร้อมสำเนา

- ใบคอนเฟิร์มโรงแรม

- หนังสือเดินทางเล่มเก่า (ถ้ามี)

- ประกันการเดินทาง

**ผู้เดินทางต้องยื่นเอกสารการขอวีซ่าเอง
สำนักงานเพื่อการยื่นขอวีซ่าออสเตรเลีย ตั้งอยู่ที่:
ตึกไทยซี ซี ทาวเวอร์
ยูนิต 2 & 3 ชั้น 34
889 ถนนสาทรใต้
กรุงเทพฯ 10120

เบอร์โทรศัพท์ขอคำแนะนำ +66 (0) 26723476 / 77/ 78/ 79

- เวลาทำการ 08:00 – 15:00 น.

- เวลายื่น VISA 09:00 – 12:00 น.

- เวลารับเล่มตามใบนัด ระยะเวลาทำการ 2 วัน

- ค่า VISA 1,750 บาท

- สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Tel.02-3036057-9





อาหารการกิน

28 01 2009

อาหารที่ออสเตรเลีย น่าจะเรียกได้ว่า มีความหลกหลายในอาหารให้เราเลือกได้มากกมาย มีทุกชาติ (ในราคาระดับเดียวกัน) ก็ถือว่าเป็นโชค และโอกาสสำหรับคนที่รักการกิน ที่จะมีโอกาสไได้ลองกินอาหารของหลากหลายเชื้อชาติดู (อยู่เมืองไทยคงจะไม่มีโอกาสพวกนี้แน่แท้) ราคาสำหรับอาหาร สามารถหาได้ทั้งแต่ราคา จานละ $7 ตาม Food court (mac, hungry jack ก็อาจจะได้ถูกกว่าหน่อย แต่คงจะไม่อิ่ม) ถึงหลายละหลายสิบ เลยทีเดียว ดังนั้นราคา อาหารไทย บางร้าน ก็ไม่ถูกเสียทีเดียว แต่รับรองว่า ร้านอาหารไทยหาง่ายกว่า mac (เคยมีคนบอกไว้ แล้วเป็นแบบนั้นจริง ๆ) ดังนั้นไม่ต้องห่วงเรื่องอาหารการกิน รับรองได้ว่าไม่อดแน่นอน

อันนี้บทความจาก studyinaus

อาหาร

ออสเตรเลียเป็นประเทศหนึ่งที่มีอาหารหลากหลายที่สุดในโลก ต้องขอบคุณอิทธิพลจากอาหารนานาชาติและนักชิมที่ชอบลองของใหม่ อะไรที่ประเทศอื่นทำ ออสเตรเลียก็ขอทำด้วย ไม่ว่าจะเป็นอาหารที่มาจากเวียดนาม อินเดีย ฟิจิ อิตาลี หรือจากที่ใดๆ ที่นี่ มีชาวต่างชาติและชาวออสเตรเลียที่สนใจจะปรุงและรับประทานอาหารเหล่านั้น เนื่องจากประเทศนี้มีขนาดใหญ่ ภูมิอากาศจึงแตกต่างกันอย่างมากจากภาคเหนือจรดใต้ ซึ่งก็หมายความว่า ไม่ว่าจะเป็นฤดุกาลใด ออสเตรเลียก็มีอาหารหลากชนิดให้เลือกได้ตลอดทั้งปี รวมทั้งอาหารทะเลอันเลื่องชื่อด้วย

การท่องเที่ยวเพื่อการชิมอาหารและเทศกาลอาหารต่างกำลังเริ่มได้รับความ นิยม ตัวอย่างเช่นในเมืองเมลเบิร์นมีเทศกาลอาหารและไวน์ตลอดทั้งเดือนที่จัดใน เดือนมีนาคม นอกจากนั้น ยังมีเทศกาลเก็บเกี่ยวในเขตพื้นที่ปลูกไวน์และชุมชนหลายแห่งก็มีการจัดงาน อาหารประจำปีเช่นกัน อย่างเช่นงานสุดสัปดาห์อาหารพิเศษของหุบเขาแคลร์ (ในรัฐเซาท์ออสเตรเลีย)

เทศกาลคริสต์มาสในออสเตรเลียจัดขึ้นกลางฤดูร้อน ที่นี่ไม่ได้ทำอาหารอบแบบยุโรปโบราณ แต่เราทำบาร์บีคิว หรือที่เรียกกันว่า บาร์บี้ ที่อัดแน่นไปด้วยอาหารทะเลและสเต็กเนื้อชั้นเยี่ยม ประชาชนหลายเชื้อชาติต่างมีงานฉลองของตนเอง ชุมชนชาวอินเดียจะทำของหวานแสนอร่อยในช่วงเทศกาลดีวาลี ส่วนคนจีนก็จะจัดเทศกาลตรุษจีนทุกปีโดยมีอาหารโต๊ะจีนแบบอลังการ ส่วนชุมชนชาวอิสลามในออสเตรเลียก็ฉลองการสิ้นสุดพิธีศีลอดเดือนรามาดานด้วย เทศกาลอิด อัล-ฟิทร์

ตามปกติแล้วการกินอาหารในภัตตาคารที่ออสเตรเลียเป็นเรื่องสบายๆ โต๊ะที่ท่านจองไว้จะเป็นของท่านตลอดคืนยกเว้นในกรณีที่ทางร้านจะไม่อนุญาต ให้จองทั้งคืน แหล่งอาหารที่มีราคาย่อมเยาก็คือผับหรือคลับที่เสริฟมื้ออาหารแบบ “เค้าเตอร์มีล” ที่นี่ ท่านจะต้องสั่งอาหารที่ครัว หยิบหมายเลข แล้วรอจนกว่าจะมีการเรียกหมายเลขของท่าน จากนั้นก็จะต้องไปยกอาหารจากในครัวด้วยตัวเอง ซึ่งจะเป็นการประหยัดทั้งเงินค่าพนักงานเสริฟของทางร้านและเงินค่าอาหารของ ท่านเอง

คุณสมบัติที่ยอดเยี่ยมของร้านอาหารอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้การกินอาหารนอก บ้านของท่านมีราคาย่อมเยา ก็คือ ระบบ “BYO” (หรือนำมาเอง) หากร้านอาหารที่ท่านเลือกเป็นแบบ BYO นั่นก็หมายความว่าท่านสามารถนำเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ของท่านเอง เข้าไปรับประทานในร้านได้ แต่หากร้านดังกล่าวขายแอลกอฮอล์ด้วย ระบบ BYO นี้ หมายความว่า ท่านสามารถนำเฉพาะไวน์แบบขวดเท่านั้น (ห้ามนำเบียร์ หรือเครื่องดื่มกล่องชนิดใดๆ มาที่ร้าน) และก็มักจะมีการคิดค่าเปิดขวดเพิ่มด้ว

มาทั้งที่ก็ enjoy life นะครับ





Australia DAY

27 01 2009

Australia Day คือวันที่ 26 มกราคม ของทุก ๆ ปี (ปี 09 เป็นครั้งแรกที่ตรงกับ Chinese New year หรือตรุษจีน บ้านเรา)
ทั้งนี้ Australia Day ถือเป็นวันหยุดราชการ

ในวันนี้เค้าจะฉลอง ที่เค้าได้สร้างประเทศ ฉลองให้กับผู้คน ที่แตกต่างเชื้อชาติ ที่เค้ามาอยู่ร่วมกัน ความเป็นอิสระ ของประเทศเค้า

วันนี้คนของเค้าจะแต่งตัวที่มีธงชาติสีน้ำเงิน ออกไปร่วมฉลองความยิ่งใหญ่ (น่าเสียดาย ผมไม่ได้ไปร่วม เพราะติดธุระ) ดูแล้ว
เค้ามีความรักชาติสูง ภูมิใจที่เป็นชาติของเค้า





Photo ID

26 01 2009

บัตร PHOTO ID น่าจะเรียกว่า คล้าย ๆ บัตรประชาชนของเรา (อันนี้เฉพาะรัฐ NSW นะครับ) รัฐอื่นๆคงจะต้องไปหาข้อมูลมาเพิ่มเติมทีหลัง
บัตร PHOTO มีไว้ทำไม เอาง่าย ๆ สำหรับเรา น่าจะใช้แทน PASSPORT ซะ ไปไหนไม่ต้องแบกไปด้วย ใหญ่ แล้วถ้าหากหายก็เป็นปัญหาอีก

หลักฐานสำคัญที่จะต้องนำไปสำหรับ ทำนะครับ

  • แบบฟอร์มขอ PHOTO ID
  • PASSPORT
  • Bank statement (หรือเอกสารสำคัญ) อันนี้สำหรับการ ยืนยันที่อยู่ของเรา
  • แล้วที่สำคัญที่สุด ในแบบฟอร์มนั้นจะต้องมีคนเซ็นรับรองเราด้วยนะครับ (กรณีที่เราไม่มีเอกสารแสดงที่อยู่ได้)
  • แล้วก็ค่าธรรมเนียม 41 เหรียญ

ดังนั้นก่อนที่จะไปทำ photo id ควรจะต้องได้รับ statement จาก bank ก่อนนะครับ

ข้อมูลเพิ่มเติมสามารถหาได้จาก www.rta.nsw.gov.au