รู้สึกตั้งแต่เมื่อวาน ว่ามีลมหนาวพัดผ่านเริ่มจะเข้าหน้าหนาวแล้วหรือ sydney อิจฉากันแน่เลยคนอยู่เมืองไทยที่ร้อน ๆ กัน เมื่อสัปดาห์ที่แล้้วมีน้องคนนึ่งก็กลับไปเมืองไทย หลังจากอยู่มาได้เพียงแค่ 6 เดือน พ่อแม่ กู้เงินมาเพื่อส่งให้ลูกมาทำงาน หาเงินส่งกลับไปที่บ้าน แต่ลูกรักของพอ่แม่ ก็ใช้เวลาตลอดระยะเวลา 6 เดือน ไปกับสาว สุรา และราตรี ทำให้เงินที่พอทำได้ ก็ไม่มีพอจะส่งให้พอ่แม่ เงินที่พอ่แม่ ฝากติดตัวมา ก็หมด เงินที่กู้มา ก็งอกเงยขึ้น ท้ายสุด ก็ต้องกลับไปเมืองไทย ทั้งที่ควรจะสำนึกกับเปล่าเลย กับไปโกหก พ่อแม่ ว่าเรียนหนัก จนไม่มีเวลาที่จะหางานทำได้ อย่างจริง ๆ จัง ๆ โทษคนโน้น คนนี้ ไม่ยอมช่วยเหลือ ทั้ง ๆ ที่ตัวเอง ไม่เคยแม้แต่จะช่วยตัวเอง ท้ายสุด ยังไม่พอ ยังจะให้แ่ม่ขายที่เืผื่อขอโอกาส อ้างว่าจะกลับตัวกลับใจ มาทำงานใหม่ คราวนี้พ่อแม่คงจะไม่เหลืออะไรจริงจังแล้วแน่ เพราะคาดว่าลูกชายสุดรัก คงไม่สามารถจะเปลี่ยนแปลงได้ภายในค่ำคืนแน่ ที่แน่ที่สุด พ่อแม่ก็รักลูก ปกป้อง โยนบาป โทษคนโน้น คนนี้ ที่รู้จัก ว่าำทำไม ไม่ช่วยเหลือลูกเค้า ทั้งที่ไม่เคยแม้แต่จะติลูกตัวเอง หรือถามว่าเกิดอะไรขึ้น (อาจจะถาม เพีบงแต่ลูกรักดันโกหกซะ) อย่างนี้ไม่รู้เหมือนกันว่า อะไร อะไรที่พ่อแม่ลงทุน ลงแรงไป จะได้คืนมา หรือว่าจะหมดไป
สังคมออสเตรเลีย หน้าที่การงาน การเรียน การใช้ชีวิต มันไม่เหมือนมืองไทย อยากจะให้รู้่ว่า หากคิดจะมา หรือมาแล้ว สิ่งที่จะสามารถช่วยตัวเองดีที่สุด คือ ตนเอง ไม่มีคนอื่นหรอก เพราะที่นี่มันอิสระ และโอกาสในการหลงทางเยอะ และงานก็เยอะ หากไม่ขี้เกียจ ติดการพนัน ก็รับรองว่า ซิดนีย์ เป็นเมืองแห่งโอกาส แน่นอน
มาเลือก เอเจ้นท์ นักเรียนกันดีกว่า เอาแบบตามประสบการณ์ก็แล้วกันนะครับเพราะว่า ถือเป็นความเห็นส่วนตัวดีกว่า แต่ละรูปแบบก็มีปัญหาแตกต่างกันออกไป ไม่ว่าใหญ่หรือเล็ก แต่สำหรับคนที่จะเดินทางมาที่ออสเตรเลีย เอาว่า ฟันธงเลยว่า เลือกที่มีสำนักงาานอยู่ที่นี่ เพราะอะไรหรือ เพราะว่า การที่ขอวีซ่าที่เมืองไทยนั้นนะ เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น ประมาณเป็นแบบเพลงเปิดหนัง



